

“สุขภาพดีไม่ใช่แค่ไม่มีโรค แต่คือการมีชีวิตที่เบาสบายขึ้นทุกวัน” – ขวัญชนก ลีชนะวานิชพันธ์
ในวันที่ร่างกายของเราต้องเผชิญกับการนั่งทำงานนานเกินไป การสะพายของหนักๆ เป็นประจำ หรือแม้แต่ความเครียดที่สะสมจนกลายเป็นอาการปวดเมื่อยโดยไม่รู้ตัว เรามักละเลยสัญญาณเล็กๆ ที่ร่างกายส่งออกมา และกว่าจะรู้ตัว…ก็อาจสายเกินไป
บทสัมภาษณ์พิเศษครั้งนี้ เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ “คุณขวัญชนก ลีชนะวานิชพันธ์” นักกายภาพบำบัดมากประสบการณ์ ผู้ทำงานในภาครัฐควบคู่กับการดูแลคลินิกของตัวเองในจังหวัดกาญจนบุรี เธอจะพาเรามาเรียนรู้ว่า “การฟังเสียงร่างกาย” เริ่มต้นอย่างไร และทำไมเราทุกคนควรให้ความสำคัญกับมันตั้งแต่วันนี้
เส้นทางสู่การเป็นนักกายภาพบำบัดมืออาชีพ
คุณขวัญแนะนำตัวอย่างเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่ง “นักกายภาพบำบัดชำนาญการ” ประจำโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นโรงพยาบาลศูนย์ระดับจังหวัด รับผิดชอบงานใน 2 ฝ่ายหลัก ได้แก่:
Intermediate Care (IMC): ดูแลผู้ป่วยกึ่งวิกฤต 4 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคหลอดเลือดสมอง ไขสันหลังบาดเจ็บ สมองบาดเจ็บ และสะโพกหัก
ผู้ป่วยนอก (OPD): ดูแลกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท
เธอมีประสบการณ์ยาวนานกว่า 10 ปีในสายงานนี้ พร้อมด้วยการอบรมเฉพาะทางหลายด้าน เช่น Manual Therapy, Postural Correction, Muscle Testing, การรักษาอาการเวียนศีรษะจาก BPPV และการดูแลภาวะกระดูกสันหลังคด (Scoliosis) ซึ่งล้วนเป็นหัวใจสำคัญของการวินิจฉัยและฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
“สิ่งที่ขวัญให้ความสำคัญมากคือการวิเคราะห์ปัญหาเชิงลึกจากการฟัง ไม่ใช่แค่ดูอาการภายนอก แต่ต้องเข้าใจร่างกายและชีวิตของผู้ป่วยอย่างแท้จริง”
จุดเริ่มต้นของความหลงใหล: ฟังให้ลึกกว่าคำว่า “ปวด”
“ขวัญเป็นคนชอบพูดคุยค่ะ และยิ่งได้คุยกับคนไข้ แล้วค่อยๆ ค้นหาว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริง มันทำให้รู้สึกว่าเราได้ช่วยเขาอย่างมีความหมาย”
สำหรับคุณขวัญ การบำบัดที่ดีไม่ใช่แค่การทำให้ผู้ป่วย “ไม่ปวด” แต่คือการทำให้เขาเข้าใจว่าทำไมร่างกายถึงส่งเสียงแบบนั้นออกมา แล้วช่วยวางแผนดูแลตัวเองอย่างยั่งยืนต่อไปได้ด้วยตัวเอง
เธอมองว่าวิชาชีพของเธอคือการ “หาจุดตรงกลางระหว่างวิชาการกับชีวิตจริงของผู้ป่วย” – เพราะไม่ใช่ทุกคนที่ทำตามท่าบริหารได้เป๊ะๆ แต่ทุกคนสามารถเริ่มต้นดูแลตัวเองได้ หากเข้าใจอย่างแท้จริงว่า “ควรเริ่มตรงไหน”

สัญญาณเงียบที่อาจนำไปสู่ปัญหาใหญ่
หนึ่งในคำถามที่น่าสนใจที่สุดในการสนทนาครั้งนี้คือ:
“มีอาการปวดแบบไหนที่มักถูกมองข้าม แต่จริงๆ แล้วควรระวัง?”
คำตอบของคุณขวัญคือ “คอ บ่า ไหล่” ที่หลายคนคิดว่าเป็นแค่ออฟฟิศซินโดรม แต่หากมีอาการ ร้าวลงแขนหรือชาร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณของภาวะหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ซึ่งหากปล่อยไว้ อาจทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง หรือสูญเสียการทำงานบางส่วนของมือไปเลยก็ได้
เธอเสริมว่า “อาการปวดที่เป็นเรื้อรังแต่ไม่รุนแรง มักถูกมองว่าไม่อันตราย ทั้งที่จริงๆ แล้ว ร่างกายกำลังส่งสัญญาณเตือนว่า ‘กำลังปรับตัวอยู่’ และการปรับตัวนั้นมีต้นทุนที่เราอาจต้องจ่ายในอนาคต”
กระเป๋าหนัก...ภาระของร่างกายที่มองไม่เห็น
เราได้พูดคุยถึงอีกหนึ่งสาเหตุของความปวดเมื่อยที่หลายคนละเลย — “กระเป๋าหนัก” และ “การสะพายข้างเดียว” ที่กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่
“กระเป๋าที่ไม่กระจายน้ำหนักดี ทำให้กล้ามเนื้อบางมัดทำงานหนักเกิน และเมื่อทำซ้ำๆ ทุกวัน ร่างกายจะปรับโครงสร้างให้รองรับมัน ซึ่งส่งผลต่อไหล่ หลัง และกระดูกสันหลังโดยตรง”
เธอแนะนำว่า การเลือกกระเป๋าที่มีสายสะพายนุ่ม กระจายน้ำหนักได้ดี และไม่หนักเกินไปเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ “สุขภาพของเราคือการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าที่สุด”
ตัวอย่างจริง: จากอาการปวดธรรมดา สู่การรักษาที่เข้มข้น
คุณขวัญเล่าให้ฟังถึงเคสที่ยังจำได้แม่น – ครูสอนหนังสือคนหนึ่งที่มีอาการปวดบ่าต่อเนื่องนานกว่า 6 เดือน แต่ไม่เคยไปพบแพทย์
“เขาคิดว่าเป็นแค่ปวดจากการทำงาน เลยซื้อแผ่นแปะมาบรรเทาเอง สุดท้ายมีอาการร้าวลงแขน ชานิ้ว และวินิจฉัยว่าเป็นหมอนรองกระดูกกดทับเส้นประสาท ต้องทำกายภาพอย่างเข้มข้น และเกือบต้องผ่าตัด”
เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า “อาการเล็กๆ ที่เกิดซ้ำๆ คือสิ่งที่เราควรใส่ใจ ไม่ใช่สิ่งที่ควรมองข้าม”

ถ้ายังไม่อยากไปหาหมอ... เริ่มต้นแบบง่ายๆ ก่อนก็ได้
คุณขวัญเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนจะพร้อมไปโรงพยาบาลทันทีที่เริ่มปวด เธอจึงแนะนำวิธีดูแลเบื้องต้นสำหรับทุกคนที่ “รู้ตัวว่าปวดแต่ยังไม่พร้อมรักษา” ดังนี้:
ลุกเปลี่ยนท่าทุก 30–60 นาที
ท่ายืดกล้ามเนื้อเบาๆ ระหว่างวัน เช่น บิดตัว ยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ เอียงคอสลับซ้ายขวา
หายใจลึกๆ ช่วยผ่อนคลายร่างกายและลดความตึงของกล้ามเนื้อ
“การเคลื่อนไหวแม้เล็กน้อย ก็ช่วยป้องกันภาวะเรื้อรังได้มากกว่าที่คิดค่ะ”
ฟังเสียงร่างกายให้เป็น...วันละ 1 นาที ก็ยังดี
“ขวัญอยากให้ทุกคนหยุดฟังร่างกายตัวเองวันละ 1 นาทีค่ะ ถามแค่ว่า วันนี้เรารู้สึกยังไง? ปวดไหม? เหนื่อยไหม? นั่งนานไปหรือเปล่า?”
เสียงของร่างกายอาจไม่ดัง แต่หากเราฝึกฟังอย่างตั้งใจ เราจะเริ่มรู้ทัน และสามารถดูแลมันได้ดีขึ้นในแบบของตัวเอง
สุขภาพที่ดีไม่ใช่สิ่งที่ต้องรอให้ป่วยก่อนถึงจะเริ่ม แต่มันคือการใส่ใจทีละนิด...ทุกวัน
ถ้าอยากเริ่มต้นดูแลตัวเองวันนี้ “ขวัญคลินิกกายภาพบำบัด” ยินดีต้อนรับ
ใครที่มีอาการปวดเมื่อยสะสม หรือต้องการคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญแบบตัวต่อตัว
คุณขวัญและทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาอย่างอบอุ่น เป็นกันเอง พร้อมวางแผนการดูแลอย่างตรงจุด

📍 เวลาทำการ
• จันทร์–ศุกร์: 17:00 – 20:30 น.
• เสาร์–อาทิตย์: 13:00 – 18:00 น.
📲 ช่องทางติดต่อ
• Facebook : ขวัญคลินิกกายภาพบำบัด
• โทรศัพท์: 098-270-9223
💚 เพราะเราเชื่อว่า “การดูแลตัวเอง” เริ่มได้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ต้องรอให้เจ็บ